เอนไซม์กับการบำบัด
1เอนไซม์เพื่อความงาม

1เอนไซม์สำหรับดูแลที่พักอาศัย

1เอนไซม์สำหรับสุขภาพ

1เอนไซม์สำหรับสัตว์เลี้ยง

1เอนไซม์สำหรับการเกษตร

1เอนไซม์สำหรับดูแลเครื่องยนต์
1รายการสื่อหนังสือต่าง ๆ
1รายการสินค้าสุขภาพจากเครือข่าย
 




1เอนไซม์ คืออะไร

1สิ่งที่ควรรู้ เกี่ยวกับเอนไซม์

1ขาดเอนไซม์ บ่อเกิดแห่งโรคร้าย

1ประโยชน์ของเอนไซม์

1วิตามินจากผลไม้แต่ละชนิด

1วิธีการหมักเอนไซม์
1อายุกับการหมักเอนไซม์
1การทำน้ำด่างจากธรรมชาติ
1เอนไซม์กับฝ้าสีขาว
1น้ำตาลกับน้ำผึ้งต่างกันอย่างไร
1เอนไซม์น้ำหมักชีวภาพเพื่อการพอเพียง






1


 

...แพทย์ทางเลือกเป็นวิธีการรักษาโดยไม่ใช้ยา โดยไม่ได้ต้องรอให้ป่วย แต่เป็นการดูแลสุขภาพตัวเองไม่ให้เจ็บป่วย โดยการพึ่งพาตนเอง ..

go to home
go to go to go to go to web board go to about us
go to food go to heab go to dramma go to handmade go to

 
 

การฝังทรายเพื่อการบำบัดโรค



การฝังทรายเพื่อการบำบัดโรค

 

โดย ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธุ์วงศ์ เรียบเรียงโดย ปุญโญ มีบรรจง

เมื่อ 4,600 ล้านปีก่อนนี้ในขณะที่โลกกำลังถือกำเนิดจากการจับตัวกันของฝุ่นละอองในก๊าซร้อนที่ อยู่รอบดวงอาทิตย์ แรงดึงดูด แบบโน้มถ่วง ได้ทำให้เม็ดฝุ่นเกาะตัวรวมกันมีขนาดใหญ่ขึ้นๆ และเมื่อเม็ดฝุ่นที่มีขนาดใหญ่ชนกันปะทะกัน ความร้อนที่เกิดจาก การปะทะกันอย่างรุนแรงได้ทำให้มันหลอมรวมกันจนมีขนาดใหญ่ขึ้นๆ ตามลำดับ องค์ประกอบส่วนที่เป็นเหล็กซึ่งมีความหนาแน่นสูง ก็จะจมตัวลงไปรวมกันที่แกน การสลายตัวของธาตุกัมมันตรังสีในโลกและความดันที่มากมหาศาลได้ทำให้แกนมีอุณหภูมิสูง จนแกนส่วนนอกมีสภาพเป็นของเหลว และแกนส่วนในมีสภาพเป็นของแข็ง และเมื่อโลกหมุนรอบตัวเองตลอดเวลา การหมุนของโลกทำให้เหล็กเหลวในบริเวณแกนส่วนนอกไหลวนไปมา ด้วย และการไหลวนของเหล็กเหลวนี้เองที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์หลายคนคิดว่า คือสาเหตุ ที่ทำให้โลกมี สนามแม่เหล็ก ในตัว

และถึงแม้ส่วนที่เป็นแกนกลางของโลกจะอยู่ไกลจากมนุษย์ถึง 2,800 กิโลเมตรก็ตาม แต่มันก็มีอิทธิพลต่อมนุษยชาติมาก เพราะการไหล ของเหล็กเหลวที่อยู่ในบริเวณแกนส่วนนอกทำให้โลกมีสนามแม่เหล็กที่สามารถ ปกป้องมิให้อนุภาคคอสมิกจากอวกาศหรือ ลมสุริยะจาก ดวงอาทิตย์พุ่งมาทำร้ายชีวิตทุกชนิด บนโลกได้ นอกจากนี้ลักษณะการไหลของ ของเหลวส่วนนี้ก็ยังมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนที่ของทวีปที่ผิวโลก การระเบิดของภูเขาไฟและความรุนแรงของเหตุการณ์แผ่นดินไหวด้วย

โลกมิใช่เป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวเท่านั้นที่มีแกนกลางเป็นเหล็กกลม ดาวอังคาร ดาวศุกร์ ดาวพุธ ก็มีแกนกลางที่เป็นเหล็กเช่นกัน แต่ก็มีเฉพาะโลกกับดาวพุธเท่านั้นที่มีสนามแม่เหล็กในตัว ทั้งนี้เพราะโลกกับดาวพุธมีแกนส่วนนอกที่เป็นเหล็กเหลว ซึ่งการไหลหมุนวน ของเหล็กเหลว นี้เองที่ทำให้เกิดสนามแม่เหล็ก แต่ลักษณะการไหลของเหล็กเหลวจะเป็นรูปแบบใด จึงสามารถทำให้ขั้วแม่เหล็กโลก กลับทิศได้ในทุก 2,000-3,000 ปีนั้น เรายังไม่มีคำตอบ

โลกหมุนรอบตัวเองเร็วเท่าไหร่ ?
ในขณะที่โลกหมุนรอบตัวเอง 360 องศา ใช้เวลา 24 ชั่วโมง หรือ 15 องศา ใน 1 ชั่วโมง จะพบว่าในแต่ละพื้นที่นั้น แตกต่างกันอย่างชัดเจน

บริเวณเส้นศูนย์สูตร ความเร็วในการหมุนรอบตัวเองของโลกเท่ากับ 1,700 กิโลเมตร / ชั่วโมง
บริเวณละติจูดที่ 60 องศา ความเร็วของการหมุนรอบตัวเองของโลกจะมีค่าประมาณ 850 กิโล เมตร / ชั่วโมง หรือประมาณครึ่งหนึ่งของความเร็วที่ศูนย์สูตร

บริเวณขั้วโลก ความเร็วในการหมุนรอบตัวเองของโลกมีค่าเป็นศูนย์

ผลจากการที่อัตราความเร็วของการหมุนรอบตัวเองของโลกต่างกัน จะมีผลตามมาที่สำคัญ คือ แรงเหวี่ยงของโลกมีผลต่อน้ำหนักของวัตถุ เพราะเป็นแรงหนีศูนย์กลาง และมีผลต่อทิศทางของลมและกระแสน้ำ โดยทิศทางของลมและกระแสน้ำบริเวณขั้วโลกเหนือจะเบนไปทางขวามือ ส่วนซีกโลกใต้จะเบนไปทางซ้ายมือ เพราะโลกหมุนรอบตัวเองจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก

เพราะฉะนั้นเราดำรงชีวิตอยู่บนผิวโลก โดยไม่รู้สึกเลยว่า โลกหมุน ดูคล้ายกับว่า โลกหยุดนิ่ง แต่ในขณะเดียวกันโลกหมุนอย่างสม่ำเสมอรอบแกนของตัวเองและหมุนรอบดวงอาทิตย์ แต่ที่เราไม่รู้สึกก็เพราะว่าตัวเราเคลื่อนที่ตามผิวโลกไปด้วย ขณะเดียวกันโลกหมุน อากาศที่ล้อมรอบตัวก็เคลื่อนที่ไปด้วยเช่นกัน

การหมุนของโลกทำให้เกิด กลางวันและกลางคืน
บนโลกเรานี้ เราจะพบทั้งความสว่างและความมืดทุก 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นระยะเวลาที่โลกหมุนรอบตัวเองครบหนึ่งรอบ

การฝังทราย ช่วยบำบัดร่างกายได้อย่างไร แต่กระนั้นการที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสำคัญกับการหมุนรอบตัวเองของโลก ว่าเป็นเรื่องของกลางวันและกลางคืน และมีกระแสแม่เหล็กที่เกิดขึ้น จนทำให้ลืมไปว่า “ มนุษย์เรามีความเร็วมากกว่าความเร็วโลกหมุนรอบตัว ”

แต่ในความเร็วที่เราเร็วเกิน ในอัตราเร่งที่โลกหมุนรอบตัวเอง จากเทคโนโลยีต่าง ๆ ทำให้เราคิดอย่างต่อเนื่อง และต้องเผชิญกับแรงกระตุ้นมากมาย ไม่ว่ากระแสโลหิตของเราก็ดี ความเร่งโดยกระแสจิตก็ดี หรือข้อมูลมากมายที่เราได้รับมาในแต่ละวันก็ดี ก็จะเปลี่ยนทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทุกอาทิตย์

นั่นทำให้ร่างกายของมนุษย์เรา เกิดสนามแม่เหล็กที่มีแรงเสียดทานอย่างรุนแรงรุนแรง ซึ่งจะทำให้เกิดการเผาผลาญในร่างกายเราสูงมาก และก็จะเกิดอาการที่แสดงถึงความเสื่อม และค่อยๆ สะสม เมื่อนานวันเข้าของเสียที่สะสมนั้นก็จะมากขึ้น และสุดท้ายก็จะเกิด “ ขี้เถ้า ” หรือ ก้อนตะกอน

ขี้เถ้า ที่เกิดขึ้นจากการเผาผลาญมีมากๆ ขึ้นก็จะเกิดอาการ “ ปวดข้อ ปวดเข่า หมอนรองกระดูกเคลื่อน อัลไซเมอร์ อัมพฤกษ์ อัมพาต ฯลฯ ” และอาจก่อตัวเป็น เซลล์มะเร็ง

การฝังทรายช่วยได้ในการปรับระบบการทำงานของร่างกาย ทำให้กระแสโลหิตมีการไหลเวียนดีขึ้น การขับของเสียในที่อยู่ในรูปเหงื่อมีมากขึ้น และช่วยสมดุลของชีวภาพ และเพิ่มศักยภาพในร่างกาย โดยการเปลี่ยนรูปของเสียที่เกิดขึ้นให้เป็นพลังงาน และช่วยสร้างเซลล์ใหม่ได้ทันทีที่เซลล์ตาย ได้ถูกขับทิ้ง

ดังนั้น ฝังทราย เราจะรู้สึกได้เลยว่าร่างกายจะค่อย ๆ ปรับสมดุลในระดับของกระแสไฟฟ้า ซึ่งจะมีเท่าไหร่นั้น เป็นเรื่องที่ไม่สามารถตอบได้ เพราะกระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในร่างกาย จะไม่มีใครรู้นอกจากตัวท่านกับกระแสการหมุนเวียนของโลก

การฝังทรายจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะทำให้อายุของท่านยืนขึ้น และทำให้เซลล์ของท่านมีกำลังเพียงพอต่อการต่อสู้ในวันใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พลังงานของมนุษย์ ในหน่วย c.g.s
คำนวณดังนี้
น้ำหนักตัว : กรัม
ระยะทางเดิน : ซม.
เวลา : วินาที

น้ำหนักตัวคน 46 กก x 1 , 000 กรัม = 4600 กรัม
ระยะทางเดิน 1000 ม. X 1000 ซม. = 1,000,000 ซม.
ในระยะเวลา 1 ชั่วโมง x (60 x60 ) = 3,600 วินาที

ซึ่งนั่นก็คือ พลังงานจลน์ใน 1 คน มีค่า = 16 , 560 , 000 , 000 , 000 c.g.s

ซึ่งนี้มันหมายถึงตัวเลขที่ไม่น่าจะไปนั่งนับได้ เพราะมนุษย์อยู่ในกระแสของความคิด ซึ่งเป็นพลังงานจลน์ที่คำนวณไม่ได้ และควบคุมไม่ได้ เพราะอำนาจของความคิดที่คิดไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้น การหาเทคนิคมาหยุดความคิด และสิ่งที่มากระทบที่หยุดเผาผลาญตนเองค่อนข้างจะลำบากมาก ในการอธิบายทาง วิทยาศาสตร์ดังกล่าว

ดังนั้นมันเป็นความจริงที่มนุษย์จะหลงลืมตนเอง และลืมคำว่า “ ศักดิ์สิทธิ์ ” ของมนุษย์ที่คน โบราณที่กล่าวไว้ ก็คือ

ศักดิ์ = ศักดาไฟฟ้า

สิทธิ์ = สิทธิ --- อิทธิ + กระแสไฟฟ้า

ศักสิทธิ ์ ก็คือ การที่ตนเองมีกระแสไฟฟ้าในการขับเคลื่อนกาย และควบคุมจิตด้วยกำลังแห่งสมาธิ

และนั่น จะได้สภาวะการควบคุมพอดี พอใจจนทำให้ฮอร์โมนในร่างกายอยูในสภาวะสมดุลโลกที่หมุนรอบตนเอง กระแสการใช้ กายกับจิต และการรับทานอาหาร และได้รับอากาศ ที่ได้สัดส่วน ออกซิเจน 79 % และไนโตรเจน 9 % และก๊าซอื่น ๆ อีก 10 % อาร์กอน, นีออน, คาร์บอนไดออกไซค์ และการขับถ่ายหลังดวงอาทิตย์พบ ขอบโลก 2-3 ชม. เมื่อรับประทานอาหารทันทีที่แสงกระทบตัว รวมถึงดื่มน้ำทุกชั่วโมง เพื่อระบายความร้อนในช่องปากด้วยการบ้วนน้ำหลังจากอมไว้ 1-2 วินาที ถึง 30 วินาที อาหารเป็นพืชผัก 80 % แป้งและโปรตีน อีก 20 % รวมถึงเข้านอนทันทีที่ดวงอาทิตย์ตก

เพราะฉะนั้นกระแสโลกที่หมุนรอบตัวเองกับกระแสพลังงานในร่างกายมนุษย์ย่อมมากกว่า จนคำนวณไม่ได้ การที่จะเอาตัวไปไว้ใต้ทรายริมชายฝั่งทะเลที่สะอาด, แม่น้ำสะอาด, ร่างกายจะค่อย ๆ เหมือนแตะเบรกให้พลังงาน ได้กลับมาเผาผลาญเซลล์ตายให้เปลี่ยนรูปเป้นพลังงาน และลดแรงเสียดทานด้วยโอโซนจากน้ำทะเล และแม่น้ำใช้ในการเคลื่อนตัวเสียดทานกับ ชั้นบรรยายกาศ ทำให้ โปรตรอน และ อิเลคตรอน แยกออกจากกัน และมารวมตัวกับออกซิเจนในอากาศ และอยู่ในรูปของโอโซน โดยทำให้ความร้อนในตัวผู้ฝังทรายลดลง, ไขมันหุ้มปลายประสาทจะเหลือมากพอต่อการส่งสัญญาณให้สมองส่วนกลาง, ข้าว, หลังรับรู้ข้อมูลในแผงวงจรการผลิตฮอร์โมน, การขับเคลื่อนอวัยวะให้ทำงานได้ถึงระดับของการขับของเสีย, เพิ่มการเจริญเติบโตของเซลล์ให้แข็งแรงในร่างกายให้ดูอ่อนกว่าวัย, ตัวเบา, และระบบทุกอย่างให้เป็นปกติ นั่นคือ ชีวิตไม่ถูกรุมเร้าด้วยโรคต่าง ๆ ต่อไปถ้าหากทำ ได้เป็นประจำ

กลไกทางเคมีของร่างกายเมื่อท่านฝังทราย
•  ชะลอการเผาผลาญ
•  ขจัดของเสีย
•  เพิ่มพลังงานสำรอง
•  ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
•  เสริมสร้างให้กระดูกและผิวพรรณแข็งแรงสมบูรณ์

อาการที่เกิดขึ้นหลังการฝังทราย
อาการที่เกิดขึ้นขณะที่มีการฝังทรายจะจะสังเกตรู้ได้เลยว่า อาจมีอาการเต้น ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ ตามจุดต่างๆในร่างกาย นั่นก็คือ ถึงจุดที่ท่านมีความเสื่อม จุดที่ท่านกำลังมีปัญหา ถ้ามันตุ๊บ ตุ๊บ แล้วหายไป นั่นก็คือท่านเริ่มดีขึ้น

บางท่านอาจจะรู้สึกคัน และปวดตามเนื้อตามตัว

สิ่งสำคัญคือต้องระวังในเรื่อง การดื่มน้ำให้พอ การรับประทานอาหารให้มาก แค่อิ่ม ไม่ใช่มากจนกระทั่งจุก เมื่อฝังเสร็จจะพบว่าท่านหิวมากขึ้น เหนื่อยมากขึ้น

นั่นเป็นเพราะว่า หลังการฝังทราย กระแสโลหิตของท่านที่ไปซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ในร่างกายก็ดี การพัฒนาให้ร่างกายแล้วเกิดเซลล์ใหม่ก็ดี จะพบว่าสารอาหารในระบบเลือดลดลง ทำให ้ท่านรู้สึกหิว ท่านต้องเตรียมน้ำ เตรียมพืชผักผลไม้ไปด้วย

หากอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีทรายจะทำอย่างไร ?
ทรายในที่นี้ไม่ใช่เพียงทรายทะเลเท่านั้น เราสามารถใช้ลำน้ำ ทางอีสาน อาจจะใช้แม่น้ำโขง แม่น้ำมูล ที่มีทรายน้ำจืดก็สามารถใช้ได้หมด ทางเหนือ ก็มี แม่น้ำปาย จ.แม่ฮ่องสอน ฯลฯ ซึ่งหากที่ใดที่มีน้ำและมีทรายที่มีการหมุนเวียนมาไหลกระทบฝั่งแบบนี้มันจะเกิดโอโซนขึ้น ถ้าเกิดเราไปฝังทรายที่ไม่มีการหมุนเวียนโอโซน จะทำให้ร่างกายรู้สึกอึดอัด แน่น อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นการฝังทรายที่ดี และถูกต้อง ต้องฝังตรงที่มีทะเล มีภูเขา และหันศีรษะขึ้นทางภูเขา ไม่ใช่ลงไปทางน้ำทะเล

ประเภทของผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัดด้วยการฝังทราย
ส่วนใหญ่แล้วหลังจากที่เราขยายผลออกไปก็จะมีพวกหมอนรองกระดูกเคลื่อน อัมพฤกษ์ อัมพาต เบาหวาน ความดัน ไขมัน เกาท์แล้วก็นอนไม่หลับ แล้วก็เนื้องอก เซลล์มะเร็ง แล้วก็ SLE แล้วก็โรค ALS กลุ่มนี้ก็คือกลุ่มที่มีอาการภูมิแพ้หรือภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง HIV

ผู้ป่วยเหล่านี้จำเป็นต้องฝังทรายเพราะว่าจะได้รับออกซิเจน อาหารแล้วก็การขัดเกลาให้ร่างกายเราสลัดเซลล์ตายที่เกิดขึ้นแล้วนำมาเปลี่ยนรูปเป็นพลังงาน เพราะฉะนั้นเซลล์ใหม่ก็เกิดขึ้น ก็จะมีประสิทธิภาพ

คือจะเห็นได้ว่า “ วงจรของมันจะสมดุลกันดี จะดีกว่าการฝังเข็ม ”

การเตรียมตัวเพื่อมาฝังทราย
อันดันแรกเลย สิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ก็คือ ต้องดื่มน้ำ และ ดื่มน้ำผักปั่นให้มาก แล้วก็นอนหลับ ให้เพียงพอ แล้วก็ใช้กางเกงขาสั้น จอบอันนึง เอาร่มถ้าแดดมันร้อน หรือถ้ามีฝนปรอยๆเราก็ไม่ควรอยู่ในทรายควรกลับขึ้นไปเลย แล้วก็ควรฝังอยู่ประมาณ30นาที ถึง 1ชั่วโมง ท่านจะรู้สึกเองว่าร่างกายท่านเป้นอย่างไร

เสื้อผ้าที่นำมาใช้ อาจจะเป็นชุดว่ายน้ำ หรือกางเกงขาสั้น เสื้อกล้ามก็ได้

วิธีการฝังทราย
เมื่อเตรียมตัวเบื้องต้นให้พร้อม
1. หาพื้นที่ฝังทรายชายทะเลที่มีภูเขา และไม่เป็นพื้นที่ก่อตั้งโรงงานอุตสาหกรรม และเป็นพื้นที่ที่เป็นแหล่งระบายน้ำเสีย และสิ่งสกปรก
2. ขุดชายหาดที่มีความยาวเท่าตัวผู้ฝัง และลึกพอที่จะกลบร่างกายให้มิด โดยเหลือบบริเวณ ใบหน้าเอาไว้
3. นอนหลับตา ประมาณ 20-30 นาที

 "สิ่งสำคัญไม่ใช่การฝังทราย ?? "
แต่ที่เราต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ก็คือ "การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตในแต่ละวัน"

ไม่ว่าจะเป็น การพักผ่อน การรับประทานอาหาร การทำอารมณ์ให้ดี การถ่ายอุจาระตอนเช้า การเข้านอนก่อน 3 ทุ่ม เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ยิ่งกว่าการฝังทราย

แต่การฝังทรายท่านจะเห็นการปรับเปลี่ยนทางร่างกายอย่างรวดเร็วภายใน1ครั้งในการฝังทราย

ท่านลองคำนวณดูนะคะว่าท่านควรฝังทรายกี่ครั้ง ? ถึงจะช่วยบำบัดสภาพร่างกายของท่านให้ดีขึ้น

แนวคิดเรื่องการพัฒนาและส่งเสริม
ความรู้สึกที่ท่านได้รับจากการฝังทราย จะทำให้ท่านเข้าใจถึงพลังงานของ
"มหาสมุทร ทะเล และแม่น้ำในการดูดซับสารพิษออกจากร่างกาย "
แล้วยังเสริมพลังให้ร่างกายมีความแข็งแรง อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ มีมากมายในประเทศไทย ซึ่งไม่สามารถสั่งซื้อได้ แต่ท่านสามารถตักตวงได้ซึ่งหากพัฒนาไปในระดับภาครัฐ

เอกสารอ้างอิง
บทสัมภาษณ์ ดร. รสสุคนธ์ พุ่มพันธุ์วงศ์ เรื่อง การฝังทรายบำบัดโรค วันที่ 21 ก.ย. 2549 โดย นาวี มีบรรจง
เอกสารประกอบงานมหกรรมสุขภาพเพื่อการรักษาตัวเอง ฉบับที่ ๑ เรื่อง การฝังทรายเพื่อการบำบัดโรค 25 มกราคม 2548
การฝังทรายเพื่อบำบัดโรค เล่าสู่กันฟัง Neighbornews (แพทย์ทางเลือก เล่ม 2) โดย นาวี มีบรรจง บรรณาธิการ ดร. รสสุคนธ์ พิมพ์ครั้งที่ 2 มกราคม 2549

 









HI-LIGHT
1 เอนไซม์ กับการบำบัดโรค

1ประวัติดร.รสสุคนธ์

1ตรวจสอบสุขภาพส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย..ด้วยตนเอง

1น้ำหมักชีวภาพ (ENZYME)

1น้ำผักปั่น สโตล์ ดร.รสสุคนธ์

1นาฬิกาชีวิต
1การรักษาอาการต่าง ๆ ด้วยสารอาหาร
1สูตรอาหารเพื่อสุขภาพ
1บทปฏิบัติ 10 ประการ
1สมาธิสยบโรค
1รักษาโรคตามพระไตรปิฎก
1บทความ (ชมรมบ้านสุขภาพ)
1สารพันกับการบำบัด ด้วยแพทย์ทางเลือก
1
 
วิถึสุขภาพกับแพทย์ทางเลือก

1บทปฏิบัติ 10 ประการ

1ความสัมพันธ์ระบบต่าง ๆ กับวินัยชีวิต 10 ประการ

1ฮอร์โมนมีความสำคัญอย่างไร

1ตรวจสอบสุขภาพส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย..ด้วยตนเอง

1บทความ(ชมรมบ้านสุขภาพ)
1หลากหลายสารพัน กับการบำบัด ด้วยแพทย์ทางเลือก
1โรคและการบำบัดโรค...
ด้วยตนเอง

1ยา 9 เม็ดของหมอเขียว

1ยา และผลที่จะได้รับ
 

Downlod E-book ฟรี

 

 
copyright @ Healthybyself
Tel. 02-116-5598 , 096-1936-936 , 063-282-6369
www.healthybyself.net
, e-mail : healthybyself@hotmail.com